ผู้ป่วยบางคนกลับจากโรงพยาบาลพร้อมสายเล็ก ๆ ที่ต่อจากร่างกายลงมายังถุงปัสสาวะ ทำให้ญาติเริ่มมีคำถามทันทีว่า ต้องดูแลตรงไหนบ้าง สายขยับได้ไหม ปัสสาวะไม่ไหลต้องทำอย่างไร หรือมีเลือดออกนิดหน่อยอันตรายหรือเปล่า
การใส่สายสวนปัสสาวะ มีรายละเอียดมากกว่าแค่การระบายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะ เพราะหลังใส่แล้ว ผู้ดูแลต้องช่วยรักษาความสะอาด ดูไม่ให้สายพับหรือดึงรั้ง และสังเกตความผิดปกติของทั้งผู้ป่วยและปัสสาวะ Sabaipers จึงรวบรวมประเด็นที่คนดูแลมักเจอไว้ในบทเดียว โดยส่วนที่เป็นการใส่ เปลี่ยน หรือแก้สายสวนโดยตรงควรให้บุคลากรที่ได้รับการฝึกเป็นผู้ดำเนินการ
การใส่สายสวนปัสสาวะ คืออะไร?
การใส่สายสวนปัสสาวะ คือการนำท่อสำหรับระบายปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้ปัสสาวะสามารถไหลออกมาได้ ในกรณีที่ต้องคาสายไว้ ปัสสาวะจะไหลผ่านสายเข้าสู่ถุงรองรับที่ต่อเป็นระบบปิด
สายที่หลายคนเรียกว่า สายฉี่ สายปัสสาวะ หรือ Foley Cath จึงไม่ได้หมายถึงถุงปัสสาวะ ตัวสายอยู่ภายในระบบทางเดินปัสสาวะ ส่วนถุงที่เห็นอยู่ด้านนอกทำหน้าที่รองรับปัสสาวะที่ไหลออกมา
ศิริราชอธิบายว่าการคาสายสวนอาจใช้กับผู้ที่ไม่สามารถถ่ายปัสสาวะเอง ผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยบางรายหลังผ่าตัด หรือผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ โดยระยะเวลาที่ต้องคาสายขึ้นอยู่กับเหตุผลและสภาพของผู้ป่วยแต่ละราย
หากสงสัยเรื่องอุปกรณ์ที่ต่อจากสายลงมา สามารถอ่านต่อเรื่อง ถุงฉี่ผู้ป่วยและวิธีดูแล Urine Bag ได้โดยตรง
ทำไมผู้ป่วยบางคนจึงต้องใส่สายสวนปัสสาวะ
สายสวนไม่ควรถูกใช้เพียงเพราะทำให้ดูแลสะดวกขึ้น แต่ควรมีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม CDC แนะนำให้ใช้สายสวนเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นและถอดออกเมื่อไม่จำเป็นแล้ว เพราะการคาสายนานขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อน
ตัวอย่างสถานการณ์ที่อาจพบ ได้แก่
- ปัสสาวะคั่งหรือไม่สามารถปัสสาวะออกเองได้
- ต้องระบายปัสสาวะในผู้ป่วยบางรายหลังผ่าตัด
- ต้องติดตามปริมาณปัสสาวะอย่างใกล้ชิดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
- มีโรคหรือภาวะที่ทำให้การระบายปัสสาวะผิดปกติ
- ผู้ป่วยบางรายมีความจำเป็นต้องคาสายต่อเนื่องตามแผนการรักษา
ในกรณี ปัสสาวะคั่งเฉียบพลัน NIDDK ระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์อาจระบายปัสสาวะด้วยสายสวนทันที เพื่อลดความเจ็บปวดและช่วยป้องกันความเสียหายต่อกระเพาะปัสสาวะและไต หากต้องการทำความเข้าใจอาการนี้เพิ่มเติม สามารถอ่านเรื่อง ภาวะปัสสาวะคั่ง หรือ Urinary Retention ได้
Foley Cath คืออะไร ต่างจากสายสวนปัสสาวะทั่วไปไหม?
Foley Catheter หรือ Foley Cath เป็นสายสวนชนิดคาอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ มีบอลลูนบริเวณปลายสายที่ใช้ช่วยยึดให้อยู่ในตำแหน่งหลังบุคลากรทางการแพทย์ใส่เรียบร้อยแล้ว
ในภาษาพูด คนดูแลจึงอาจใช้หลายคำแทนกัน เช่น
- ใส่สาย Foley
- ใส่สายสวน
- ใส่สายฉี่
- ใส่ท่อปัสสาวะ
- ติดสายสวนปัสสาวะ
แต่สายสวนปัสสาวะไม่ได้มีเฉพาะ Foley เท่านั้น ยังมีการสวนเป็นครั้ง ๆ หรือวิธีอื่นตามความจำเป็นของผู้ป่วย จึงไม่ควรเปลี่ยนชนิดสายหรือรูปแบบการใช้งานเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากทีมรักษา
ใส่สายสวนปัสสาวะผู้หญิงกับผู้ชายต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างหลักมาจากสรีระของท่อปัสสาวะ ผู้หญิงและผู้ชายมีความยาวและตำแหน่งของท่อปัสสาวะต่างกัน ทำให้การใส่และการยึดสายหลังใส่มีรายละเอียดไม่เหมือนกัน
1. การใส่สายสวนปัสสาวะผู้หญิง
ท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าและอยู่บริเวณใกล้ช่องคลอด การใส่จำเป็นต้องแยกตำแหน่งทางกายวิภาคให้ถูกต้องและรักษาเทคนิคปราศจากเชื้อ
หลังใส่แล้ว แนวทางศิริราชระบุให้ตรึงสายโดยไม่ให้ตึงหรือดึงรั้ง ซึ่งตำแหน่งตรึงในผู้หญิงแตกต่างจากผู้ชาย
2. การใส่สายสวนปัสสาวะผู้ชาย
ท่อปัสสาวะผู้ชายมีความยาวกว่า และผู้ชายบางรายอาจมีปัญหาต่อมลูกหมากโต ท่อปัสสาวะตีบ หรือการอุดกั้นที่ทำให้ใส่สายได้ยากขึ้น ศิริราชระบุว่ากรณีที่ใส่สายไม่ได้จากการตีบหรือการอุดกั้น อาจต้องใช้วิธีรักษาอื่นโดยแพทย์ ไม่ควรฝืนใส่สายด้วยแรง
ดังนั้นแม้จะมีคนค้นคำว่า วิธีใส่สายสวนปัสสาวะหญิง หรือวิธีใส่สายสวนชาย การสอดสายจริงไม่ควรเรียนจากข้อความบนเว็บไซต์แล้วทดลองทำเอง CDC แนะนำให้การใส่สายสวนเป็นหน้าที่ของผู้ที่ได้รับการฝึกและรู้เทคนิคการใส่และดูแลอย่างถูกต้อง โดยในสถานพยาบาลต้องใช้เทคนิคปลอดเชื้อและอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ
หลังใส่สายสวนแล้ว ผู้ดูแลที่บ้านต้องดูอะไรเป็นหลัก
ตอนกลับบ้าน งานของผู้ดูแลส่วนใหญ่ไม่ใช่การยุ่งกับตัวสาย แต่เป็นการช่วยให้ระบบระบายปัสสาวะทำงานได้ตามปกติและลดการปนเปื้อน
1. ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสระบบ
ก่อนและหลังดูแลสายหรือถุงปัสสาวะควรทำความสะอาดมือ โดยเฉพาะหลังสัมผัสปัสสาวะหรือวาล์วระบาย ศิริราชและ CDC ต่างให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดมือในการดูแลระบบสายสวน
2. อย่าปล่อยให้สายพับ งอ หรือตึงรั้ง
ลองไล่ดูแนวสายตั้งแต่ตัวผู้ป่วยลงมาถึงถุง หากผู้ป่วยนอนทับสาย สายพาดขอบเตียง หรือเกิดการพับงอ ปัสสาวะอาจไหลได้ไม่สะดวก
CDC แนะนำให้รักษาการไหลของปัสสาวะอย่างต่อเนื่องและไม่ให้สายหักพับ ส่วนแนวทางศิริราชระบุว่าควรดูแลไม่ให้สายตึงรั้งหรือหลุด
3. ถุงปัสสาวะต้องอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะ
ถุงไม่ควรวางบนเตียงหรือยกสูงกว่าตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะ และไม่ควรวางสัมผัสพื้น เพราะระบบอาศัยแรงโน้มถ่วงช่วยให้ปัสสาวะไหลลงถุง
หลักนี้ตรงกันทั้งแนวทางของศิริราชและ CDC
4. รักษาระบบปิด ไม่ถอดข้อต่อเล่น
สายสวน สายต่อ และถุงรองรับควรเชื่อมต่อเป็นระบบปิด การถอดแยกโดยไม่จำเป็นเพิ่มโอกาสปนเปื้อน หากระบบรั่ว หลุด หรือข้อต่อถูกเปิด ควรติดต่อทีมที่ดูแลเพื่อประเมิน ไม่ควรต่อกลับเองโดยเดา
CDC แนะนำให้คงระบบระบายแบบปิด และหากระบบเสียความสมบูรณ์จากการหลุด รั่ว หรือปนเปื้อน ให้จัดการด้วยเทคนิคที่เหมาะสมโดยผู้ได้รับการฝึก
ทำความสะอาดผู้ป่วยใส่สายสวนอย่างไร?
การดูแลบริเวณอวัยวะเพศและรอบทางออกของสายควรเน้นความสะอาดและลดการระคายเคือง โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแรง ๆ เป็นประจำ
หากบริเวณรอบสายมีรอยแดง บวม เจ็บ มีสิ่งคัดหลั่ง หรือเกิดความผิดปกติ ควรแจ้งพยาบาลหรือทีมรักษาเพื่อประเมินเพิ่มเติม
หากผู้ป่วยติดเตียงและต้องดูแลหลายด้านพร้อมกัน สามารถอ่าน แนวทางเลือกอุปกรณ์ขับถ่ายสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ประกอบได้
เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะเองที่บ้านได้ไหม
ไม่ควรเปลี่ยนเองเพียงเพราะครบจำนวนวันที่อ่านมาจากอินเทอร์เน็ต
CDC ไม่แนะนำให้เปลี่ยนสายสวนหรือถุงระบายตามรอบเวลาตายตัวสำหรับทุกคน แต่ให้พิจารณาจากข้อบ่งชี้ เช่น การติดเชื้อ การอุดตัน การรั่ว หรือระบบปิดเสียความสมบูรณ์ รวมถึงแผนที่ทีมรักษากำหนด
ในบางกรณี ผู้ป่วยหรือญาติอาจได้รับการฝึกเฉพาะจากบุคลากรทางการแพทย์ให้ดูแลหรือสวนเป็นครั้ง ๆ ที่บ้าน แต่ไม่ควรนำคำแนะนำของผู้ป่วยรายหนึ่งไปใช้กับอีกคน เพราะชนิดสาย โรค และแผนการรักษาอาจต่างกัน
เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะเองที่บ้านได้ไหม
ไม่ควรเปลี่ยนเองเพียงเพราะครบจำนวนวันที่อ่านมาจากอินเทอร์เน็ต CDC ไม่แนะนำให้เปลี่ยนสายสวนหรือถุงระบายตามรอบเวลาตายตัวสำหรับทุกคน แต่ให้พิจารณาจากข้อบ่งชี้ เช่น การติดเชื้อ การอุดตัน การรั่ว หรือระบบปิดเสียความสมบูรณ์ รวมถึงแผนที่ทีมรักษากำหนด
ในบางกรณี ผู้ป่วยหรือญาติอาจได้รับการฝึกเฉพาะจากบุคลากรทางการแพทย์ให้ดูแลหรือสวนเป็นครั้ง ๆ ที่บ้าน แต่ไม่ควรนำคำแนะนำของผู้ป่วยรายหนึ่งไปใช้กับอีกคน เพราะชนิดสาย โรค และแผนการรักษาอาจต่างกัน
ใส่สายสวนปัสสาวะแล้วปัสสาวะไม่ออก ต้องทำอย่างไร?
หากปัสสาวะหยุดไหล อย่าเพิ่งสรุปว่าสายตัน และไม่ควรรีบถอดหรือดันสาย
เริ่มจากดูสิ่งที่มองเห็นได้ก่อน:
- สายพับหรืองอหรือไม่
- ผู้ป่วยนอนทับสายหรือเปล่า
- ถุงอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะหรือไม่
- ถุงเต็มหรือยัง
- มีปัสสาวะรั่วออกข้างสายหรือไม่
หากจัดตำแหน่งแล้วปัสสาวะยังไม่ไหล ผู้ป่วยปวดท้องน้อย กระสับกระส่าย หรือสงสัยว่าสายอุดตัน ควรติดต่อพยาบาลหรือสถานพยาบาล ไม่ควรใช้ของสอดเข้าไปหรือสวนล้างสายเอง
NHS ระบุว่าการอุดตันเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ และควรขอคำแนะนำทางการแพทย์หากสงสัยว่าสายถูกอุดตัน
ใส่สายสวนปัสสาวะแล้วมีปัสสาวะซึมรอบสาย เกิดจากอะไร
- การมีปัสสาวะรั่วออกข้างสาย หรือที่เรียกว่า bypassing อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กระเพาะปัสสาวะบีบเกร็ง มีการอุดตัน หรือมีแรงดันภายในระบบ
- NHS ระบุว่าการรั่วรอบสายสามารถเกิดจาก bladder spasm หรือสายอุดตันได้ จึงไม่ควรแก้ด้วยการดันสายเข้าไปเพิ่มหรือเปลี่ยนเป็นสายขนาดใหญ่ขึ้นเอง
- ถ้าพบรั่วต่อเนื่อง ให้เช็กก่อนว่าสายไม่พับและถุงระบายได้ตามปกติ จากนั้นติดต่อพยาบาลหรือทีมรักษาเพื่อหาสาเหตุ
ใส่สายสวนปัสสาวะมีเลือดออก อันตรายไหม
เลือดเล็กน้อยอาจพบได้ในบางช่วงหลังมีการใส่หรือมีการระคายเคือง แต่ไม่ควรมองว่าเลือดทุกแบบเป็นเรื่องปกติ
ถ้ามีเลือดออกมากขึ้น เห็นลิ่มเลือด ปัสสาวะเป็นสีแดงต่อเนื่อง มีอาการปวด หรือปัสสาวะเริ่มไหลไม่สะดวก ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมิน เพราะเลือดหรือตะกอนสามารถเกี่ยวข้องกับการระคายเคือง การติดเชื้อ หรือทำให้ระบบระบายอุดตันได้ NHS แนะนำให้รีบขอคำแนะนำหากพบเลือดหรือลิ่มเลือดจำนวนมากในระบบสายสวน
หากต้องการดูความแตกต่างของปัสสาวะสีแดงกับภาวะอื่น สามารถอ่าน ฉี่เป็นเลือดเกิดจากอะไร เพิ่มเติมได้ แต่ในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนและมีเลือดออกควรประเมินร่วมกับอาการจริง ไม่ควรตัดสินจากสีอย่างเดียว
สายสวนปัสสาวะหลุด ต้องใส่กลับเองไหม
- ไม่ควรดันสายเดิมกลับเข้าไปเอง หากสายหลุดออก บางกรณีจำเป็นต้องใส่กลับโดยเร็ว ขณะที่บางรายอาจไม่จำเป็นต้องคาสายต่อแล้ว จึงต้องดูเหตุผลที่ใส่สายเดิมและสภาพของผู้ป่วย
- แนวทาง NHS แนะนำให้ติดต่อทีมพยาบาลหรือสถานพยาบาลเมื่อสายสวนหลุด เพื่อให้ประเมินว่าต้องใส่ใหม่หรือจัดการอย่างไรต่อ
- ถ้าสายถูกดึงออกแล้วมีเลือดออกมาก ปวดมาก หรือผู้ป่วยไม่สามารถปัสสาวะได้ ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว
ภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายสวนปัสสาวะ มีอะไรบ้าง?
ภาวะที่คนมักนึกถึงเป็นอันดับแรกคือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับสายสวน แต่ยังมีปัญหาอื่นที่ผู้ดูแลควรสังเกตด้วย
| ปัญหาที่พบ | สิ่งที่ผู้ดูแลอาจสังเกต |
|---|---|
|
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
|
ไข้ หนาวสั่น อาการผู้ป่วยเปลี่ยน ปวด หรือปัสสาวะผิดปกติ |
|
สายอุดตัน
|
ปัสสาวะไม่ลงถุง ถุงว่างผิดปกติ หรือปวดท้องน้อย |
|
ปัสสาวะรั่วรอบสาย
|
มีความเปียกทั้งที่สายยังคาอยู่ |
|
กระเพาะปัสสาวะบีบเกร็ง
|
ปวดหรือเกร็งบริเวณท้องน้อย |
|
การบาดเจ็บต่อท่อปัสสาวะ
|
มีเลือด เจ็บ หรือเกิดหลังสายถูกดึงรั้ง |
|
สายหลุด
|
ตัวสายเคลื่อนหรือหลุดออกจากตำแหน่ง |
NHS ระบุว่าการติดเชื้อ การอุดตัน การรั่ว การเกร็งของกระเพาะปัสสาวะ และการบาดเจ็บต่อท่อปัสสาวะเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้สายสวนได้ และความเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มตามระยะเวลาที่คาสาย
อาการแบบไหนไม่ควรรอดูเอง
ผู้ดูแลควรติดต่อโรงพยาบาลหรือทีมรักษาหากพบสถานการณ์ เช่น
- ปัสสาวะหยุดไหลและแก้เรื่องสายพับหรือตำแหน่งถุงแล้วไม่ดีขึ้น
- ผู้ป่วยปวดท้องน้อยมากหรือท้องน้อยโป่งผิดปกติ
- มีไข้ หนาวสั่น หรืออาการทั่วไปแย่ลง
- มีเลือดมากหรือลิ่มเลือดในสาย
- สายหลุด
- ระบบสายหรือถุงแตก รั่ว หรือข้อต่อหลุด
- มีปัสสาวะรั่วข้างสายต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยมีอาการปวดผิดปกติบริเวณสายสวน
หากไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาที่สาย ถุง หรือปริมาณปัสสาวะ สามารถดูบท ถุงปัสสาวะผู้ป่วยเต็ม ไม่ไหล หรือควรดูแลอย่างไร ประกอบได้ แต่หากมีอาการผิดปกติของผู้ป่วยร่วมด้วยควรติดต่อทีมรักษาโดยตรง
ผู้ป่วยใส่สายสวนยังต้องสังเกตสีและปริมาณปัสสาวะไหม
ควรสังเกต แต่ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง สิ่งที่มีประโยชน์กว่าการจำว่าสีไหนเป็นโรคอะไร คือดูว่า วันนี้ต่างจากปกติของผู้ป่วยหรือไม่ เช่น ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน ขุ่นมากขึ้น มีเลือด มีตะกอนจำนวนมาก หรือปริมาณเปลี่ยนอย่างผิดสังเกต
สำหรับการทำความเข้าใจลักษณะทั่วไป สามารถดู คู่มือสังเกตสีปัสสาวะ เพิ่มได้ แต่ผู้ป่วยที่มีสายสวนควรประเมินร่วมกับการไหลของสาย อาการของผู้ป่วย และคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
Sabaipers อยากให้ผู้ดูแลจำไว้ก่อนกลับบ้าน
การดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนไม่ได้หมายความว่าญาติต้องทำหน้าที่แทนพยาบาล สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดในชีวิตประจำวันคือการ สังเกตและไม่ไปรบกวนระบบโดยไม่จำเป็น
จำง่าย ๆ 5 เรื่อง:
- สะอาด ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสสายหรือถุง
- ไม่พับ ดูให้ปัสสาวะไหลได้ตามแนวสาย
- ไม่ดึง จัดสายไม่ให้ตึงรั้งผู้ป่วย
- ถุงอยู่ต่ำ รักษาระดับถุงให้ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะ
- ผิดปกติให้ถาม ไม่ถอด ดัน เปลี่ยน หรือสวนล้างสายเองหากไม่ได้รับการฝึก
Sabaipers เน้นเรื่องการดูแลผู้ป่วยและสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน แต่การใส่ เปลี่ยน หรือแก้ปัญหาภายในสายสวนเป็นงานที่ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาล เพราะการจัดการไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดบาดเจ็บหรือเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อได้
สรุป การใส่สายสวนปัสสาวะไม่ได้จบหลังใส่สายเสร็จ
การใส่สายสวนปัสสาวะช่วยระบายปัสสาวะในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ แต่หลังจากนั้นการดูแลให้ระบบสะอาด สายไม่พับ ถุงอยู่ในตำแหน่งเหมาะสม และสังเกตความผิดปกติเป็นเรื่องที่ผู้ดูแลมีส่วนช่วยได้มาก
สิ่งที่ไม่ควรทำคือทดลองใส่ ดัน เปลี่ยน หรือสวนล้างสายจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเอง หากสายตัน หลุด รั่ว มีเลือด หรือผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ ควรให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ประเมินว่าต้องแก้ระบบหรือเปลี่ยนสายหรือไม่
FAQ การใส่สายสวนปัสสาวะ
อาจมีความรู้สึกไม่สบายหรือระคายเคืองระหว่างใส่และช่วงแรกหลังใส่ได้ NHS ระบุว่าอาจใช้เจลช่วยลดความไม่สบายระหว่างการใส่ตามความเหมาะสม
ไม่จำเป็น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ต้องใส่และแผนการรักษา CDC แนะนำให้ถอดสายเมื่อไม่มีข้อบ่งชี้ให้ใช้ต่อ
ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถดูแลความสะอาดร่างกายได้ แต่ต้องระวังไม่ดึงสายและรักษาจุดต่อให้เหมาะสม วิธีอาบน้ำและดูแลอุปกรณ์ควรยึดคำแนะนำที่โรงพยาบาลให้สำหรับผู้ป่วยรายนั้น
ตรวจว่าสายพับ ถูกกด หรือถุงอยู่ผิดตำแหน่งหรือไม่ก่อน หากแก้ตำแหน่งแล้วไม่ไหล ไม่ควรใช้ของสอดหรือสวนล้างเอง ให้ติดต่อทีมรักษา
อาจพบเลือดเล็กน้อยในบางสถานการณ์ แต่หากเลือดเพิ่มขึ้น มีลิ่มเลือด ปวดมาก หรือการระบายปัสสาวะผิดปกติ ควรติดต่อบุคลากรทางการแพทย์
ไม่จำเป็น การรั่วอาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะบีบเกร็งหรือสายอุดตันได้ จึงไม่ควรเปลี่ยนเป็นสายใหญ่ขึ้นเอง
ไม่มีรอบเดียวสำหรับผู้ป่วยทุกคน ชนิดสาย เหตุผลที่คาสาย และคำแนะนำของทีมรักษาต่างกัน CDC ไม่แนะนำการเปลี่ยนสายตามช่วงเวลาตายตัวโดยไม่มีข้อบ่งชี้
ไม่ควรใส่กลับเอง ให้ติดต่อพยาบาลหรือสถานพยาบาลเพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องใส่ใหม่หรือไม่ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่สามารถปัสสาวะได้เอง
ช่องทางติดต่อ
Sabaipers สบายเพิส แพมเพิสผู้สูงอายุ
Line ID :
Email :
Facebook :
Shopee :
Tiktok :

