Residential Home เป็นอีกคำที่เริ่มพบมากขึ้นเมื่อค้นหาที่พักหรือสถานดูแลสำหรับผู้สูงอายุ หลายครอบครัวอาจเข้าใจว่าเหมือน Nursing Home หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทุกแห่ง แต่จริง ๆ แล้วรูปแบบการดูแลและกลุ่มผู้รับบริการมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะระดับความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองของผู้สูงอายุ
การเข้าใจความแตกต่างตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ เพราะผู้สูงอายุที่ยังเดิน ทำกิจวัตร และสื่อสารได้ดี อาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่ซึ่งเน้นการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง ในทางกลับกัน หากผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้น้อย เป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือมีความต้องการด้านการดูแลที่ซับซ้อน Residential Home อาจไม่ใช่รูปแบบที่ตอบโจทย์ที่สุด
Residential Home คืออะไร ?
Residential Home คือ บ้านพักสำหรับผู้สูงอายุที่จัดให้มีที่พำนักอาศัย พร้อมการดูแลและกิจกรรมที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย โดยกลุ่มหลักจะเป็นผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้พอสมควร แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีคนคอยช่วยเหลือบางกิจวัตร และไม่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง
ในประเทศไทย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพแบ่งกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงออกเป็น 3 ลักษณะ และใช้คำว่า Residential Home สำหรับกิจการลักษณะที่ 2 ซึ่งเป็นการให้บริการดูแลผู้สูงอายุ มีการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ พร้อมจัดให้มีที่พำนักอาศัย
จุดสำคัญคือ Residential Home ไม่ได้หมายถึงสถานพยาบาล และไม่ควรเข้าใจว่าการมีคำว่า Home, Residence หรือ Senior Home อยู่ในชื่อสถานที่หมายความว่าได้รับอนุญาตเป็น Residential Home เสมอไป หากกำลังเลือกสถานที่ให้พ่อแม่ควรตรวจประเภทใบอนุญาตและรูปแบบบริการจริงประกอบด้วย
สำหรับคนที่กำลังเลือกสถานที่ให้ครอบครัว สามารถดูหลักเกณฑ์เปรียบเทียบเพิ่มเติมได้ในบท ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ไหนดี? รวม 10 แห่งน่าสนใจ พร้อม 10 เรื่องต้องเช็กก่อนพาพ่อแม่เข้าอยู่
Residential Home ต่างจาก Nursing Home, Day Care และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างไร
คำเหล่านี้มักถูกใช้ปะปนกัน เพราะทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ แต่หากดูจากลักษณะบริการจะเห็นความแตกต่างชัดขึ้น
| รูปแบบ | ลักษณะการดูแล | การพักค้างคืน | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| Day Care | ดูแล ส่งเสริม และทำกิจกรรมระหว่างวัน | ไม่มี | ผู้สูงอายุที่ยังกลับไปอยู่กับครอบครัวช่วงเย็นหรือกลางคืน |
| Residential Home | มีที่พักอาศัย พร้อมการดูแลและส่งเสริมการใช้ชีวิต | มี | ผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้พอสมควร แต่ต้องการที่พักและคนช่วยดูแล |
| Nursing Home | ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น | มี | ผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองได้น้อยหรือมีภาวะพึ่งพิง |
| ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ | เป็นคำกว้างที่ใช้เรียกสถานดูแลหลายรูปแบบ | แล้วแต่บริการ | ต้องตรวจสอบว่าแต่ละแห่งให้บริการลักษณะใด |
1. Residential Home กับ Nursing Home ต่างกันตรงไหน ?
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ ระดับการพึ่งพิงของผู้สูงอายุและความเข้มข้นของการดูแล
Residential Home เน้นผู้สูงอายุที่ยังสามารถทำกิจวัตรหลายอย่างได้ด้วยตัวเอง เช่น รับประทานอาหาร เดิน หรือสื่อสาร แต่ต้องการที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับวัย มีคนช่วยเหลือบางเรื่อง และมีกิจกรรมหรือสังคมร่วมกับผู้สูงอายุคนอื่น
ส่วน Nursing Home ตามกรอบกิจการลักษณะที่ 3 รองรับทั้งผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง โดยมีการดูแล ส่งเสริม ฟื้นฟู และประคับประคองพร้อมการพักค้างคืน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวันมากกว่า
อย่างไรก็ตาม Nursing Home ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรงพยาบาล และสถานดูแลแต่ละแห่งอาจมีขอบเขตการรองรับผู้ป่วยไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ซับซ้อน จึงควรถามศูนย์โดยตรงก่อนรับเข้าอยู่
2. Residential Home กับ Day Care ต่างกันอย่างไร?
Day Care เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการคนช่วยดูแลผู้สูงอายุในช่วงกลางวัน เช่น ลูกหลานออกไปทำงานแล้วรับกลับบ้านช่วงเย็น จึงไม่มีการพักค้างคืน
Residential Home ต่างออกไปตรงที่ผู้สูงอายุ ย้ายเข้ามาพักอาศัยในสถานที่นั้น จึงตอบโจทย์ครอบครัวที่ผู้สูงอายุไม่สะดวกอยู่บ้านตามลำพัง หรือต้องการสภาพแวดล้อมที่ออกแบบให้เหมาะกับการใช้ชีวิตระยะยาวมากกว่า
3. Residential Home กับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเหมือนกันไหม?
คำว่า ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เป็นคำกว้างมาก บางแห่งเป็น Day Care บางแห่งเป็น Residential Home และบางแห่งให้บริการลักษณะใกล้ Nursing Home จึงไม่สามารถใช้ชื่อศูนย์เป็นตัวตัดสินประเภทบริการได้
ถ้ากำลังเปรียบเทียบสถานที่ สิ่งที่ควรถามคือสถานประกอบการได้รับอนุญาตในลักษณะใด รับผู้สูงอายุระดับไหน และสามารถดูแลต่อได้หรือไม่หากในอนาคตผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง
Residential Home เหมาะกับผู้สูงอายุแบบไหน ?
Residential Home เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการที่อยู่อาศัยพร้อมการดูแลบางส่วน มากกว่าการดูแลเชิงพยาบาลอย่างใกล้ชิด โดยสภาพของแต่ละคนควรได้รับการประเมินก่อนเข้าอยู่
- ผู้สูงอายุที่ยังเดินหรือเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง
- ยังรับประทานอาหาร อาบน้ำ หรือแต่งตัวเองได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
- ต้องการคนช่วยดูแลกิจวัตรบางอย่าง
- อยู่บ้านคนเดียวและครอบครัวกังวลเรื่องความปลอดภัย
- ต้องการสังคมและกิจกรรมร่วมกับผู้สูงอายุวัยใกล้เคียงกัน
- ต้องการบ้านพักที่ออกแบบให้เหมาะกับวัย เช่น มีราวจับ ทางเดิน และพื้นที่ส่วนกลาง
- ครอบครัวไม่สามารถอยู่ดูแลได้ตลอดวัน แต่ผู้สูงอายุยังไม่ได้มีภาวะพึ่งพิงสูง
ในทางกลับกัน หากผู้สูงอายุต้องมีคนช่วยแทบทุกกิจวัตร ลุกจากเตียงไม่ได้ มีความเสี่ยงสำลัก ต้องดูแลสายให้อาหาร สายสวนปัสสาวะ หรือมีภาวะติดเตียง ควรประเมินว่าจำเป็นต้องใช้สถานดูแลที่รองรับผู้มีภาวะพึ่งพิงมากกว่าหรือไม่
ครอบครัวที่กำลังดูแลผู้ป่วยในกลุ่มนี้สามารถอ่าน การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน เพื่อทำความเข้าใจว่ากิจวัตรและการดูแลในแต่ละวันมีอะไรบ้าง ก่อนนำรายการเหล่านั้นไปสอบถามสถานดูแลที่กำลังพิจารณา
Residential Home มีบริการอะไรบ้าง
รูปแบบบริการของแต่ละแห่งแตกต่างกัน จึงไม่ควรคิดว่าการใช้ชื่อ Residential Home หมายความว่าจะมีบริการเหมือนกันทั้งหมด แต่โดยทั่วไปการดูแลมักเน้นเรื่องที่อยู่อาศัย การใช้ชีวิต และการช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน
บริการที่มักพบ เช่น การจัดห้องพักและอาหาร การช่วยเหลือด้านความสะอาดส่วนบุคคล กิจกรรมทางสังคม การออกกำลังกายที่เหมาะกับผู้สูงอายุ พื้นที่พักผ่อน การดูแลความปลอดภัย รวมถึงการช่วยประสานงานกับครอบครัวเมื่อสุขภาพของผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลง
สำหรับการดูแลรายบุคคล ควรถามว่ามีการประเมินผู้สูงอายุก่อนเข้าพักและมีแผนดูแลต่อเนื่องหรือไม่ เพราะผู้สูงอายุแต่ละคนมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก Care Plan คืออะไร? แผนการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุรายบุคคล
เรื่องการขับถ่ายก็ควรถามตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เริ่มกลั้นปัสสาวะไม่ได้หรือจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ซึมซับ ว่าสถานที่มีบริการช่วยเหลืออย่างไร ของใช้รวมอยู่ในค่าบริการหรือครอบครัวต้องจัดเตรียมเอง หากยังไม่แน่ใจเรื่องรูปแบบการใช้งาน สามารถดู ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ คืออะไร และเลือกอย่างไรให้เหมาะกับผู้สูงอายุ เพิ่มเติมได้
ก่อนเลือก Residential Home ให้พ่อแม่ ควรเช็กอะไรบ้าง?
ถึงแม้ Residential Home จะเหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังช่วยตัวเองได้ แต่ไม่ควรเลือกจากห้องพัก ราคา หรือรูปโฆษณาเพียงอย่างเดียว ควรไปดูสถานที่จริงและพูดคุยถึงการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุอย่างละเอียด
ประเภทและใบอนุญาตของสถานที่ ควรดูว่าสถานประกอบการได้รับอนุญาตลักษณะใด และบริการที่โฆษณาตรงกับสิ่งที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หากสนใจรายละเอียดในมุมผู้ประกอบการสามารถอ่าน เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ซึ่งอธิบายการแบ่งลักษณะกิจการและการขออนุญาตเพิ่มเติม
ระดับการดูแลที่รองรับ ควรถามว่าหากวันนี้ผู้สูงอายุยังเดินได้ แต่ต่อไปต้องใช้รถเข็นหรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง จะสามารถพักต่อได้หรือจำเป็นต้องย้ายไปสถานดูแลประเภทอื่น
สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย ลองดูตั้งแต่พื้น ทางลาด ราวจับ ห้องน้ำ ทางเดิน แสงสว่าง พื้นที่ส่วนกลาง และระบบรับมือเหตุฉุกเฉิน เพราะความเหมาะสมต่อการใช้ชีวิตสำคัญกว่าความสวยของอาคารเพียงอย่างเดียว
กิจวัตรและคุณภาพชีวิต ถามว่าผู้สูงอายุสามารถเลือกกิจกรรม เวลาอาหาร เวลาพัก หรือใช้พื้นที่ส่วนตัวได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงครอบครัวสามารถเข้าเยี่ยมและติดตามการดูแลอย่างไร
ค่าใช้จ่ายจริงต่อเดือน ควรถามว่ารวมอาหาร ซักรีด ของใช้ส่วนตัว ผลิตภัณฑ์ดูแลการขับถ่าย กิจกรรม และบริการเพิ่มเติมใดบ้าง เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลังเข้าอยู่
หากต้องการใช้ Checklist เปรียบเทียบหลายแห่ง สามารถดูต่อที่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ไหนดี? รวม 10 แห่งน่าสนใจ พร้อม 10 เรื่องต้องเช็กก่อนพาพ่อแม่เข้าอยู่ ซึ่งเน้นมุมของครอบครัวที่กำลังเลือกสถานที่โดยตรง
FAQ เกี่ยวกับ Residential Home
ในบริบทผู้สูงอายุ Residential Home หมายถึงบ้านพักหรือสถานที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีการจัดที่พักและการดูแลประกอบกัน ในระบบกิจการดูแลผู้สูงอายุของไทย สบส. ใช้คำ Residential Home กับกิจการลักษณะที่ 2
สามารถเข้าใจในภาพกว้างว่าเป็นบ้านพักผู้สูงอายุได้ แต่คำว่าบ้านพักคนชราในภาษาทั่วไปอาจถูกใช้เรียกสถานที่หลายรูปแบบ จึงควรตรวจบริการและประเภทใบอนุญาตจริงก่อนสรุปว่าสถานที่นั้นเป็น Residential Home
Residential Home เน้นผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่ากลุ่มผู้มีภาวะพึ่งพิง หากเป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ควรสอบถามสถานที่โดยตรงและพิจารณาว่าการดูแลในลักษณะ Nursing Home เหมาะสมกว่าหรือไม่
ไม่ควรสรุปว่าทุก Residential Home ต้องมีพยาบาลประจำ 24 ชั่วโมง เพราะรูปแบบนี้ไม่ได้มีขอบเขตเดียวกับสถานพยาบาลหรือ Nursing Home หากผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้านสุขภาพเฉพาะ ควรถามเรื่องบุคลากรและบริการของแต่ละแห่งก่อนเข้าอยู่
ไม่เหมือนกันเสมอไป Residential Home ในบริบทกิจการดูแลผู้สูงอายุเป็นสถานที่พักพร้อมบริการดูแล ขณะที่ Senior Residence หรือโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยบางแห่งอาจมีลักษณะเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์สำหรับกลุ่ม Active Aging ซึ่งเน้นการอยู่อาศัยมากกว่าการให้บริการดูแล ดังนั้นต้องดูรูปแบบโครงการจริงเป็นหลัก
ขึ้นอยู่กับขอบเขตบริการและความสามารถของแต่ละสถานที่ หากระดับการพึ่งพิงเพิ่มขึ้นจนเกินกว่ารูปแบบที่ศูนย์รองรับ อาจจำเป็นต้องพิจารณาสถานดูแลที่เหมาะสมกว่า จึงควรถามเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนทำสัญญาว่าหากสุขภาพเปลี่ยนแปลง ศูนย์มีแนวทางอย่างไร
ช่องทางติดต่อ
Sabaipers สบายเพิส แพมเพิสผู้สูงอายุ
Line ID :
Email :
Facebook :
Shopee :
Tiktok :

