การหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้พ่อแม่ไม่ควรตัดสินจากรูปห้องสวย ราคา หรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว เพราะผู้สูงอายุแต่ละคนต้องการการดูแลไม่เหมือนกัน บางคนยังเดินและทำกิจวัตรได้เอง ขณะที่บางคนต้องใช้รถเข็น มีภาวะหลงลืม ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องมีคนดูแลใกล้ชิดตลอดวัน
สำหรับครอบครัวที่กำลังค้นหาว่า ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ไหนดี บทความนี้จึงไม่ได้รวบรวมเพียงรายชื่อสถานที่ แต่จะช่วยให้เข้าใจก่อนว่าพ่อแม่เหมาะกับการดูแลแบบไหน พร้อมยกตัวอย่างศูนย์ในกรุงเทพฯ ที่สามารถนำไปเปรียบเทียบ และ 10 เรื่องที่ควรถามหรือไปตรวจดูด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจให้ผู้สูงอายุเข้าอยู่
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบไหน เหมาะกับพ่อแม่ของเรา
ก่อนดูรายชื่อศูนย์ ควรประเมินก่อนว่าผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือระดับไหน เพราะคำว่า ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักคนชรา Residential Home และ Nursing Home มักถูกใช้ปะปนกัน แต่รูปแบบบริการและระดับการดูแลอาจแตกต่างกัน
หากเป็นผู้สูงอายุที่ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างดี แต่อยู่บ้านคนเดียวในช่วงกลางวัน อาจมองหาบริการ Day Care ที่รับดูแลระหว่างวันและกลับบ้านตอนเย็น ส่วนผู้สูงอายุที่ต้องการที่พักระยะยาวและความช่วยเหลือในการใช้ชีวิต อาจเหมาะกับ Residential Home ขณะที่ผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงซึ่งต้องได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นควรดูบริการในกลุ่ม Nursing Home และตรวจสอบว่าศูนย์รองรับภาวะของผู้สูงอายุคนนั้นจริงหรือไม่
| รูปแบบ | ลักษณะโดยทั่วไป | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| Day Care | ดูแลระหว่างวัน ไม่มีพักค้างคืน | ผู้สูงอายุที่ครอบครัวยังดูแลช่วงเย็นและกลางคืนได้ |
| Residential Home | มีที่พำนักอาศัยและการดูแลในชีวิตประจำวัน | ผู้สูงอายุที่ต้องการที่พักและความช่วยเหลือบางส่วน |
| Nursing Home | มีการพักค้างคืนและรองรับผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง | ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตมากขึ้น |
หากเป็นผู้สูงอายุที่ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างดี แต่อยู่บ้านคนเดียวในช่วงกลางวัน อาจมองหาบริการ Day Care ที่รับดูแลระหว่างวันและกลับบ้านตอนเย็น ส่วนผู้สูงอายุที่ต้องการที่พักระยะยาวและความช่วยเหลือในการใช้ชีวิต อาจเหมาะกับ Residential Home ขณะที่ผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงซึ่งต้องได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นควรดูบริการในกลุ่ม Nursing Home และตรวจสอบว่าศูนย์รองรับภาวะของผู้สูงอายุคนนั้นจริงหรือไม่
หากพ่อแม่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยหรืออยู่ในภาวะติดเตียง ครอบครัวควรพิจารณาระบบดูแลตั้งแต่การเคลื่อนย้าย การพลิกตัว อาหาร ยา การขับถ่าย ไปจนถึงการดูแลผิว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบท การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน เพื่อช่วยประเมินว่าศูนย์ที่กำลังพิจารณามีความพร้อมกับสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการหรือไม่
10 ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจสำหรับใช้เปรียบเทียบ
รายชื่อต่อไปนี้เป็น ตัวอย่างสำหรับเริ่มต้นค้นหาและเปรียบเทียบ ไม่ใช่การจัดอันดับจากดีที่สุดไปแย่ที่สุด เพราะศูนย์ที่เหมาะสมควรพิจารณาจากภาวะของผู้สูงอายุ ทำเล งบประมาณ รูปแบบบริการ และความพร้อมของแต่ละครอบครัวร่วมกัน ข้อมูลบริการและเงื่อนไขสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรติดต่อศูนย์และไปดูสถานที่จริงก่อนตัดสินใจ
1. KIN Nursing Home — ลาดพร้าว
โซนลาดพร้าวอยู่ในย่านลาดพร้าว มีทั้งบริการดูแลผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้ป่วยพักฟื้น และงานด้านกายภาพบำบัด จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ครอบครัวซึ่งต้องการทั้งการดูแลประจำวันและการฟื้นฟูสามารถนำไปเปรียบเทียบได้
2. Health at Home Care Center — สะพานใหม่
โซนบางเขน / สะพานใหม่ตั้งอยู่โซนบางเขน ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือค่อนข้างมาก รวมถึงผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท เหมาะสำหรับนำไปเปรียบเทียบหากผู้สูงอายุต้องการการดูแลมากกว่ากิจวัตรทั่วไป
3. iCare Seniors Home — พระราม 9
โซนสวนหลวง / พระราม 9อยู่ในเขตสวนหลวง รองรับทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น และผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน มีบริการแบบพักค้างคืน จึงเหมาะสำหรับครอบครัวในโซนพระราม 9 รามคำแหง และพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมได้สะดวก
4. Siri Arun Wellness — บางกอกน้อย
โซนบางกอกน้อย / ศิริราชอยู่ย่านอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย ใกล้พื้นที่โรงพยาบาลศิริราช มีบริการดูแลผู้สูงอายุและการฟื้นฟู จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสำรวจสำหรับครอบครัวฝั่งธนบุรีหรือผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางติดตามการรักษาในบริเวณใกล้เคียง
5. Minder Senior Home — ตลิ่งชัน
โซนตลิ่งชันตั้งอยู่โซนตลิ่งชัน มีทั้งการดูแลผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิง ผู้พักฟื้น รวมถึงบริการแบบไปเช้าเย็นกลับ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ยังไม่จำเป็นต้องให้ผู้สูงอายุย้ายออกจากบ้านอย่างถาวร แต่ต้องการผู้ช่วยดูแลในบางช่วงเวลา
6. ศรีมงคลสุข เนอร์สซิ่งแคร์ — ภาษีเจริญ
โซนภาษีเจริญอยู่ในเขตภาษีเจริญ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพักฟื้นทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงมีงานด้านการฟื้นฟู เหมาะสำหรับครอบครัวฝั่งธนบุรีที่ต้องการศูนย์ซึ่งรองรับทั้งการพักและการฟื้นตัวหลังเจ็บป่วย
7. Akkara CARE — บางขุนเทียน
โซนบางขุนเทียน / พระราม 2อยู่ในโซนบางขุนเทียน–พระราม 2 มีทั้งบริการดูแลผู้สูงอายุ งานฟื้นฟู และการดูแลแบบประคับประคอง จึงควรนำมาเปรียบเทียบหากผู้สูงอายุมีภาวะสุขภาพที่ต้องพิจารณามากกว่าการหาที่พักเพียงอย่างเดียว
8. MyLuck Nursing Home — ประชาอุทิศ
โซนทุ่งครุ / ประชาอุทิศอยู่ในเขตทุ่งครุ รองรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น และผู้ป่วยติดเตียง โดยมีแนวทางดูแลรายบุคคลและกิจกรรมฟื้นฟู เหมาะสำหรับครอบครัวในพื้นที่ประชาอุทิศ พุทธบูชา สุขสวัสดิ์ และพระราม 2 ที่ต้องการเดินทางมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง
9. Healthy Habitat — ประเวศ
โซนประเวศอยู่ในเขตประเวศ มีบริการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยที่มีภาวะอ่อนแรง และผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงบริการด้านการฟื้นฟู เหมาะสำหรับใช้เปรียบเทียบเมื่อต้องการศูนย์โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
10. Perfect Nursing Home — บางแค
โซนบางแวก / บางแคตั้งอยู่ย่านบางแวก–บางแค ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง รวมถึงผู้ป่วยพักฟื้นแบบพักค้างคืน เป็นอีกตัวเลือกสำหรับครอบครัวในพื้นที่บางแค ภาษีเจริญ พุทธมณฑล และฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ
10 เรื่องต้องเช็ก ก่อนเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
รายชื่อศูนย์ช่วยให้เรารู้ว่าจะเริ่มสอบถามที่ไหน แต่คำตอบว่าแห่งไหนเหมาะกับพ่อแม่มากที่สุดจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเปรียบเทียบรายละเอียดของแต่ละแห่ง หากกำลังนัดเข้าไปดูสถานที่ ควรตรวจอย่างน้อย 10 เรื่องต่อไปนี้
1. มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องหรือไม่
ขอดูใบอนุญาตของสถานที่ที่จะเข้าอยู่จริง ไม่ควรดูแค่ชื่อแบรนด์หรือข้อมูลของอีกสาขาหนึ่ง และสามารถนำชื่อสถานประกอบการไปตรวจสอบกับระบบของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้อีกครั้ง
ชื่อทางการค้าอย่าง Nursing Home หรือ Senior Home เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าสถานที่นั้นได้รับอนุญาตในลักษณะใด หากอยากเข้าใจว่าผู้ประกอบการต้องเตรียมอะไรบ้าง สามารถอ่าน เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องเตรียมอะไรบ้าง เพิ่มเติมได้
2. รับดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะแบบพ่อแม่เราได้จริงหรือไม่
ก่อนตัดสินใจควรแจ้งข้อมูลตามจริงว่า ผู้สูงอายุเดินเองได้หรือไม่ ใช้รถเข็นหรือไม่ มีภาวะหลงลืม ช่วยอาบน้ำหรือแต่งตัวเองได้แค่ไหน รับประทานอาหารเองได้หรือไม่ และมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง
หากเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยเจาะคอ ให้อาหารทางสายยาง มีสายสวนปัสสาวะ หรือมีแผลที่ต้องดูแล ควรถามให้ตรงว่าศูนย์รับเคสลักษณะดังกล่าวหรือไม่ และมีบุคลากรที่สามารถดูแลได้ตลอดช่วงเวลาที่ผู้ป่วยอยู่ภายในศูนย์หรือไม่
3. จำนวนและประเภทผู้ดูแลเพียงพอหรือไม่
อย่าถามเพียงว่ามีพยาบาลหรือผู้ดูแลหรือไม่ แต่ควรถามต่อว่าในแต่ละช่วงเวลามีคนอยู่จริงกี่คน ผู้ดูแลหนึ่งคนรับผิดชอบผู้สูงอายุกี่คน และช่วงกลางคืนมีระบบจัดเวรอย่างไร
โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ลุกเดินเองไม่ได้ ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย หรือมีความเสี่ยงหกล้ม จำนวนคนดูแลมีผลต่อเวลาที่ผู้สูงอายุต้องรอความช่วยเหลือโดยตรง
4. มี Care Plan สำหรับผู้สูงอายุแต่ละคนหรือไม่
ผู้สูงอายุแต่ละคนควรได้รับการประเมินก่อนเริ่มดูแล ไม่ควรใช้กิจวัตรชุดเดียวกับทุกคน เพราะความสามารถในการเดิน การรับประทานอาหาร การขับถ่าย ความจำ และโรคประจำตัวต่างกัน
ครอบครัวควรถามว่าหลังรับเข้าแล้วมีการบันทึกและทบทวนแผนดูแลอย่างไร ใครเป็นผู้ติดตาม และญาติจะได้รับข้อมูลหรือไม่ สามารถทำความเข้าใจเรื่องนี้เพิ่มเติมได้จาก Care Plan คืออะไร? แผนการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุรายบุคคล
5. สถานที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุหรือไม่
เวลาไปดูศูนย์ อย่าดูเฉพาะห้องนอน ควรลองเดินตั้งแต่ประตูทางเข้าไปจนถึงพื้นที่ที่ผู้สูงอายุจะใช้งานจริง สังเกตพื้นต่างระดับ ทางลาด ราวจับ ห้องน้ำ พื้นที่รถเข็น แสงสว่าง ทางเดิน และระยะห่างจากเตียงไปยังห้องน้ำ
สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาการทรงตัว รายละเอียดเล็ก ๆ เช่นพื้นลื่น ทางเดินแคบ หรือไม่มีจุดจับ อาจสำคัญกว่าความสวยของห้องพักเสียอีก
6. หากเกิดเหตุฉุกเฉิน มีขั้นตอนรับมืออย่างไร
ควรถามตรง ๆ ว่าหากผู้สูงอายุหกล้ม สำลัก หายใจผิดปกติ มีไข้สูง หรือมีอาการฉุกเฉินตอนกลางคืน ศูนย์จะดำเนินการอย่างไร ใครเป็นคนตัดสินใจส่งโรงพยาบาล โรงพยาบาลที่ใช้ประจำอยู่ที่ไหน และจะแจ้งญาติเมื่อใด
ครอบครัวเองควรส่งข้อมูลโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติการแพ้ยา โรงพยาบาลประจำ และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินให้ครบตั้งแต่วันแรกด้วย
7. ดูแลความสะอาด การขับถ่าย และผิวหนังอย่างไร
เรื่องขับถ่ายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ควรถามว่าศูนย์มีวิธีดูแลหลังปัสสาวะหรืออุจจาระอย่างไร ตรวจผิวหนังหรือไม่ และเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ซึมซับตามความจำเป็นของผู้ใช้แต่ละคนอย่างไร
หากครอบครัวยังไม่แน่ใจว่าแต่ละแบบเหมาะกับใคร สามารถอ่าน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ คืออะไร เลือกให้เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ป่วย เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างรูปแบบการใช้งานก่อนเตรียมของใช้ให้ศูนย์
ในกรณีที่ศูนย์ให้ญาติจัดเตรียมของใช้เอง สามารถดู ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ Sabaipers และแผ่นรองซับให้เหมาะกับระดับการเคลื่อนไหวและการขับถ่ายของผู้สูงอายุ โดยควรถามศูนย์ก่อนว่ารายการเหล่านี้รวมอยู่ในค่าบริการแล้วหรือไม่
8. อาหาร ยา และกิจวัตรประจำวันจัดการอย่างไร
ถามให้ครบว่าอาหารจัดตามข้อจำกัดของโรคได้หรือไม่ หากเคี้ยวหรือกลืนลำบากมีทางเลือกอย่างไร ยาถูกจัดและบันทึกโดยใคร รวมถึงผู้สูงอายุจะมีกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวระหว่างวันอย่างไร
การดูแลที่ดีไม่ควรจบเพียงการมีคนเฝ้าอยู่ในอาคาร แต่ควรช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความสามารถของตนเองด้วย
9. ญาติสามารถติดตามการดูแลได้มากแค่ไหน
ถามเรื่องเวลาเยี่ยม ช่องทางติดต่อ การแจ้งอาการ และกรณีที่สุขภาพหรือพฤติกรรมของผู้สูงอายุเปลี่ยนไป ศูนย์จะแจ้งครอบครัวอย่างไร บางครอบครัวอาจต้องการรายงานทุกวัน ขณะที่บางครอบครัวสะดวกติดตามเป็นระยะ จึงควรตกลงให้เข้าใจกันตั้งแต่ต้น
ถึงแม้ศูนย์จะมีการส่งภาพหรือรายงานให้เป็นประจำ หากเดินทางสะดวกก็ควรเข้าเยี่ยมด้วยตัวเองเป็นระยะ เพราะจะได้เห็นทั้งสภาพร่างกาย อารมณ์ การพูดคุย และความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแลจริง
10. ค่าใช้จ่ายและสัญญาระบุชัดเจนหรือไม่
ราคาที่โฆษณาว่าเริ่มต้นต่อเดือนอาจไม่ได้รวมทุกบริการ ก่อนตัดสินใจจึงควรถามให้ชัดว่ารวมค่าอาหาร ซักรีด ผ้าอ้อม แผ่นรองซับ กายภาพบำบัด การพาไปโรงพยาบาล อุปกรณ์ส่วนตัว และบริการเพิ่มเติมแล้วหรือยัง
ควรอ่านเรื่องเงินมัดจำ การชำระล่วงหน้า การย้ายออก การคืนเงิน และกรณีที่อาการของผู้สูงอายุเปลี่ยนจนต้องเพิ่มระดับการดูแล เพราะค่าใช้จ่ายในอนาคตอาจไม่เท่ากับราคาวันแรกที่เข้าพัก
- 01 ใบอนุญาตถูกต้อง
- 02 รองรับภาวะสุขภาพ
- 03 บุคลากรดูแลเพียงพอ
- 04 มี Care Plan รายบุคคล
- 05 สถานที่ปลอดภัย
- 06 แผนรับเหตุฉุกเฉิน
- 07 การขับถ่ายและผิวหนัง
- 08 อาหาร ยา และกิจวัตร
- 09 การสื่อสารกับญาติ
- 10 ค่าใช้จ่ายและสัญญา
ไปดูศูนย์ด้วยตัวเอง ต้องสังเกตอะไร และมีสัญญาณไหนควรระวัง
ภาพเว็บไซต์และรีวิวช่วยคัดตัวเลือกในช่วงแรกได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการไปดูสถานที่จริงทั้งหมด ลองสังเกตตั้งแต่ความสะอาด กลิ่นภายในศูนย์ สภาพห้องน้ำ สภาพเตียง ความเรียบร้อยของผู้สูงอายุที่พักอยู่จริง ไปจนถึงวิธีที่เจ้าหน้าที่พูดคุยและช่วยเหลือผู้รับบริการ
ควรถามคำถามที่เกี่ยวกับพ่อแม่ของเราโดยตรง เช่น หากคุณพ่อไม่ยอมอาบน้ำจะจัดการอย่างไร หากคุณแม่ลุกเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนบ่อยจะมีใครช่วย หรือหากเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง ศูนย์สามารถดูแลต่อได้หรือไม่ คำตอบที่ชัดเจนและอธิบายขั้นตอนให้เข้าใจได้ มีประโยชน์มากกว่าคำตอบกว้าง ๆ ว่าดูแลได้ทุกกรณี
สิ่งที่ควรระวัง ได้แก่ ไม่ยอมแสดงใบอนุญาต ไม่ให้ดูพื้นที่จริง รับผู้สูงอายุเข้าอยู่โดยแทบไม่ถามประวัติหรือประเมินอาการ ตอบเรื่องจำนวนคนดูแลไม่ชัด ไม่สามารถอธิบายขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจำนวนมากที่ไม่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่แรก หากพบหลายข้อพร้อมกัน ควรเปรียบเทียบสถานที่อื่นเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ไหนดี สุดท้ายเลือกจากอะไร
ไม่มีศูนย์ใดที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้สูงอายุทุกคน ศูนย์ที่มีบริการครบมากอาจอยู่ไกลจนญาติมาเยี่ยมลำบาก ขณะที่ศูนย์ใกล้บ้านอาจไม่รองรับภาวะพึ่งพิงระดับที่พ่อแม่ต้องการ ดังนั้นควรเริ่มจากสุขภาพและความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองของผู้สูงอายุก่อน แล้วค่อยพิจารณาระดับการดูแล ทำเล งบประมาณ และความต้องการของครอบครัวร่วมกัน
หากมีตัวเลือกในใจ 2–3 แห่ง ลองส่งข้อมูลสุขภาพชุดเดียวกันให้แต่ละศูนย์ประเมิน ขอรายละเอียดค่าใช้จ่ายในรูปแบบเดียวกัน และนัดเข้าไปดูสถานที่จริง จะทำให้เปรียบเทียบได้ง่ายกว่าการดูราคาหน้าเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว ที่สำคัญควรให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเท่าที่สามารถทำได้ เพราะสถานที่ที่กำลังเลือกจะกลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตประจำวันของเขา
FAQ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด เพราะชื่อที่สถานประกอบการใช้สามารถแตกต่างกันได้ และบริการจริงอาจมีทั้งการดูแลระหว่างวัน การจัดที่พักสำหรับผู้สูงอายุ หรือการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบพักค้างคืน ก่อนเลือกจึงควรดูบริการและใบอนุญาตของสถานที่นั้นจริง
Residential Home จะเน้นการมีที่พำนักและการช่วยเหลือผู้สูงอายุในการดำเนินชีวิต ส่วน Nursing Home จะเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น อย่างไรก็ตามควรดูประเภทบริการและใบอนุญาตจริง ไม่ควรตัดสินจากคำภาษาอังกฤษที่อยู่ในชื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว
ควรเลือกสถานที่ที่รองรับผู้มีภาวะพึ่งพิงและมีระบบดูแลสอดคล้องกับอาการของผู้ป่วย โดยสอบถามเรื่องการพลิกตัว การขับถ่าย อาหาร ยา แผลกดทับ การเคลื่อนย้าย และระบบส่งโรงพยาบาลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างละเอียด
หากสุขภาพและสภาพร่างกายเอื้ออำนวย ควรให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการดูสถานที่และตัดสินใจ เพราะนอกจากความพร้อมด้านการดูแลแล้ว ความรู้สึกปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว บรรยากาศ และความสบายใจก็มีผลต่อการใช้ชีวิตหลังย้ายเข้าอยู่เช่นกัน
ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของแต่ละแห่ง บางศูนย์รวมของใช้บางรายการไว้แล้ว ขณะที่บางแห่งคิดเพิ่มหรือให้ครอบครัวจัดเตรียมเอง ก่อนทำสัญญาจึงควรถามรายการที่รวมและไม่รวมอย่างละเอียด โดยเฉพาะของใช้ที่ต้องใช้ต่อเนื่องทุกวัน
ควรพิจารณาตามสุขภาพของผู้สูงอายุ หากต้องติดตามการรักษาบ่อย การเดินทางไปโรงพยาบาลอาจมีน้ำหนักมาก แต่หากอาการคงที่และครอบครัวต้องการเข้าเยี่ยมเป็นประจำ ศูนย์ที่ญาติเดินทางสะดวกอาจเหมาะกว่า สิ่งสำคัญคือไม่ควรพิจารณาระยะทางแยกจากระดับการดูแลที่ผู้สูงอายุต้องการ
ช่องทางติดต่อ
Sabaipers สบายเพิส แพมเพิสผู้สูงอายุ
Line ID :
Email :
Facebook :
Shopee :
Tiktok :

